Omnia Vincit Amor, Et Nos Cedamus Amori
"Love conquers all things; let us too surrender to love."
แม้ว่าทุกคนจะพูดถึง..แม้ว่าทุกคนจะต้องการ..แต่จะมีกี่คนที่เข้าใจ และครอบครอง
ปราชญ์ที่ปราดเปรื่องที่สุดผู้หนึ่ง ในยุคสองพันปีที่แล้ว เคยกล่าวไว้ว่า
"..แม้ว่าเราจะพูดด้วยลิ้นของนางฟ้า แต่หากไร้ซึ่งความรัก...เราก็เป็นเพียงแตรที่ดังกังวาล
....แม้ว่าเราจะมีพรสวรรค์อันวิเศษ และสามารถหยังรู้ถึงความลึกล้ำนานา แต่หากไร้ซึ่งความรัก...เราก็ไม่มีทุกสรรพสิ่ง
....แม้ว่าเราจะสละแล้วทุกสิ่ง แม้อุทิศร่างกายเพื่อเป็นเครืองบูชา แต่หากไร้ซึ่งความรัก...เราก็มิได้สิ่งใดกลับมา"
เมื่อความรักสำคัญฉะนี้แล้ว..ความรักคืออะไรเล่า..
ความรักคือความรู้สึก อันลึกล้ำ ที่บันดาลให้เราทำสิ่งที่เกินกว่าจะคาดคิด?
ความรักคือการแสดงออก ถึงความรู้สึกห่วงหา อาทร ถึงความปรารถนาดีต่อผู้ซึ่งถูกรัก?
ความรักคือการเสียสละความสุขของตน เพียงเพื่อได้เห็นคนที่ตนรักมีความสุข?
หรือความรัก จะเป็นเพียงภาพมายา ที่ลวงตา ล่อใจ ให้เราเดินวกวนอยู่กับความว่างเปล่า?
ความรักหาใช่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวไม่..หาใช่ความรู้สึกที่นำพาเราก้าวเดินไปสู่หนทางที่เราคาดคิดเพียงอย่างเดียวไม่
ความรักหาใช่การเสพสุขจากสิ่งที่ตนรัก หรือการทนทุกข์ระทมต่อสิ่งต่างๆเพียงเพื่อความรักอย่างเดียวไม่
ความรักหาใช่การแสดงออก หรือรูปแบบต่างๆ ที่สะท้อนจากความรู้สึกอันว่างเปล่า จับต้องมิได้เพียงอย่างเดียวไม่
"เพราะความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้..
ความรักไม่อิจฉา..ไม่อวดตัว..ไม่หยิ่งผยอง..ไม่หยาบคาย
ความรักไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว..ไม่ฉุนเฉียว..ไม่จดจำความผิด..
ความรักนั้นไม่ชื่นชมเมื่อประพฤติผิด..แต่ชื่นชมเมื่อประพฤติชอบ..
ความรักทนได้ทุกอย่างแความผิดของผู้อื่น..
..ยังคงมีความเชื่ออยู่เสมอ..ยังคงมีความหวังอยู่เสมอ..และทนต่อทุกอย่าง"
เมื่อความรักเป็นดั่งนี้...ใครเล่าจะต้องการความรัก..ใครเล่าอยากที่จะลองรัก เมื่อความรักเป็นดั่งนี้
ดูเหมือนคำร่ำลือ ว่า "ความรักคือความทุกข์" ดูจะไม่เกินจริงไปเท่าไรนัก
ผิดแต่เพียงว่า..เราแสวงหาความรักจากที่ใด..เราแสวงหาความรัก จากความรัก..หรือเราแสวงหาความรักจากความว่างเปล่า และภาพลวงตา..
ถ้าเราแสวงหาความรัก จากความรัก..เราย่อมพบสิ่งนั้น ทั้งความสุขใจ ปิติ ยินดี ที่ได้รัก และถูกรัก
แต่ถ้าเราแสวงหาความรัก จากความว่างเปล่า และภาพลวงตา..เราคงพบแต่กับความผิดหวัง และน้ำตา
แม้กล่าวเช่นนี้แล้วไซร้..มิควรหรือที่เราจะแสวงหาความรักจากความจริง..จากความรัก..ที่ซึ่งเราพบกับความรักแล้ว เราสามารถให้ และส่งผ่านความรักให้กับผู้อื่นได้อย่างไม่มีเงื่อนไข..ที่เราจะสามารถทนทุกข์ต่อสิ่งต่างๆในนามแห่งความรัก..ที่เราจะสามารถยืดหยัด และกล่าวได้ว่า "เรารัก..เรารักอย่างไม่มีเงื่อนไข"
แล้วจะน่ายินดีเท่าไรเล่า เมื่อเราสามารถรักได้เช่นนั้น..และถูกรักได้เช่นนั้น..มิใช่เพียงความว่างเปล่าของอารมณ์ที่พาเราไป
"และดังนี้ ยังคงดำรงไว้ซึ่งสามสิ่ง..ความเชื่อ..ความหวัง..และความรัก...แต่ความรักนั้น ยิ่งใหญ่ที่สุด"
__________________
แด่ผู้ที่รัก..และผู้ถูกรัก ทุกคนครับ
แม้ว่าทุกคนจะพูดถึง..แม้ว่าทุกคนจะต้องการ..แต่จะมีกี่คนที่เข้าใจ และครอบครอง
ปราชญ์ที่ปราดเปรื่องที่สุดผู้หนึ่ง ในยุคสองพันปีที่แล้ว เคยกล่าวไว้ว่า
"..แม้ว่าเราจะพูดด้วยลิ้นของนางฟ้า แต่หากไร้ซึ่งความรัก...เราก็เป็นเพียงแตรที่ดังกังวาล
....แม้ว่าเราจะมีพรสวรรค์อันวิเศษ และสามารถหยังรู้ถึงความลึกล้ำนานา แต่หากไร้ซึ่งความรัก...เราก็ไม่มีทุกสรรพสิ่ง
....แม้ว่าเราจะสละแล้วทุกสิ่ง แม้อุทิศร่างกายเพื่อเป็นเครืองบูชา แต่หากไร้ซึ่งความรัก...เราก็มิได้สิ่งใดกลับมา"
เมื่อความรักสำคัญฉะนี้แล้ว..ความรักคืออะไรเล่า..
ความรักคือความรู้สึก อันลึกล้ำ ที่บันดาลให้เราทำสิ่งที่เกินกว่าจะคาดคิด?
ความรักคือการแสดงออก ถึงความรู้สึกห่วงหา อาทร ถึงความปรารถนาดีต่อผู้ซึ่งถูกรัก?
ความรักคือการเสียสละความสุขของตน เพียงเพื่อได้เห็นคนที่ตนรักมีความสุข?
หรือความรัก จะเป็นเพียงภาพมายา ที่ลวงตา ล่อใจ ให้เราเดินวกวนอยู่กับความว่างเปล่า?
ความรักหาใช่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวไม่..หาใช่ความรู้สึกที่นำพาเราก้าวเดินไปสู่หนทางที่เราคาดคิดเพียงอย่างเดียวไม่
ความรักหาใช่การเสพสุขจากสิ่งที่ตนรัก หรือการทนทุกข์ระทมต่อสิ่งต่างๆเพียงเพื่อความรักอย่างเดียวไม่
ความรักหาใช่การแสดงออก หรือรูปแบบต่างๆ ที่สะท้อนจากความรู้สึกอันว่างเปล่า จับต้องมิได้เพียงอย่างเดียวไม่
"เพราะความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้..
ความรักไม่อิจฉา..ไม่อวดตัว..ไม่หยิ่งผยอง..ไม่หยาบคาย
ความรักไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว..ไม่ฉุนเฉียว..ไม่จดจำความผิด..
ความรักนั้นไม่ชื่นชมเมื่อประพฤติผิด..แต่ชื่นชมเมื่อประพฤติชอบ..
ความรักทนได้ทุกอย่างแความผิดของผู้อื่น..
..ยังคงมีความเชื่ออยู่เสมอ..ยังคงมีความหวังอยู่เสมอ..และทนต่อทุกอย่าง"
เมื่อความรักเป็นดั่งนี้...ใครเล่าจะต้องการความรัก..ใครเล่าอยากที่จะลองรัก เมื่อความรักเป็นดั่งนี้
ดูเหมือนคำร่ำลือ ว่า "ความรักคือความทุกข์" ดูจะไม่เกินจริงไปเท่าไรนัก
ผิดแต่เพียงว่า..เราแสวงหาความรักจากที่ใด..เราแสวงหาความรัก จากความรัก..หรือเราแสวงหาความรักจากความว่างเปล่า และภาพลวงตา..
ถ้าเราแสวงหาความรัก จากความรัก..เราย่อมพบสิ่งนั้น ทั้งความสุขใจ ปิติ ยินดี ที่ได้รัก และถูกรัก
แต่ถ้าเราแสวงหาความรัก จากความว่างเปล่า และภาพลวงตา..เราคงพบแต่กับความผิดหวัง และน้ำตา
แม้กล่าวเช่นนี้แล้วไซร้..มิควรหรือที่เราจะแสวงหาความรักจากความจริง..จากความรัก..ที่ซึ่งเราพบกับความรักแล้ว เราสามารถให้ และส่งผ่านความรักให้กับผู้อื่นได้อย่างไม่มีเงื่อนไข..ที่เราจะสามารถทนทุกข์ต่อสิ่งต่างๆในนามแห่งความรัก..ที่เราจะสามารถยืดหยัด และกล่าวได้ว่า "เรารัก..เรารักอย่างไม่มีเงื่อนไข"
แล้วจะน่ายินดีเท่าไรเล่า เมื่อเราสามารถรักได้เช่นนั้น..และถูกรักได้เช่นนั้น..มิใช่เพียงความว่างเปล่าของอารมณ์ที่พาเราไป
"และดังนี้ ยังคงดำรงไว้ซึ่งสามสิ่ง..ความเชื่อ..ความหวัง..และความรัก...แต่ความรักนั้น ยิ่งใหญ่ที่สุด"
__________________
แด่ผู้ที่รัก..และผู้ถูกรัก ทุกคนครับ


18 Comments:
อ่านแล้วนึกถึงเพลงนี้เลยค่ะ
"รัก เอย จริงหรือที่ว่าหวาน
หรือทรมานใจคน
ความรักร้อยเล่ห์กล
รักเอยลวงล่อใจคน หลอกจนตายใจ
รัก นี่ มีสุขทุกข์เคล้าไป
ใครหยั่งถึงเจ้าได้ คงไม่ช้ำ ฤดี
รัก เอย รักที่ปรารถนา รักมาประดับชีวี
หวั่น ในฤทัยเหลือที่
เกรงรักลวงฤดี รักแล้ว ขยี้ใจ
ขืน ห้าม ความรักคงไม่ได้
กลัว หมอง ไหม้ ใจ สิ้นสุขเอย
รัก เอย รักที่ปรารถนา
รักมาประดับชีวี
หวั่น ในฤทัยเหลือที่
เกรงรักลวงฤดี รักแล้ว ขยี้ใจ
ขืน ห้าม ความรักคงไม่ได้
กลัว หมอง ไหม้ ใจ สิ้นสุขเอย "
ความรักเป็นมากกว่าปฎิกริยาทางเคมีแน่นอน แต่มันยากนะครับที่จะระบุหรือนิยามความรักว่าเป็นอะไร มันคล้ายๆกับ เข้าถึงได้แต่พรรณาไม่ได้ แต่ข้อเขียนของคุณ Vincit นี่ทำให้ผมได้ติดอะไรเรื่องความรักขึ้นมาอีกหลายๆมุมเลยทีเดียว
ว่าแต่เขียนอย่างนี้ คิดถึงใครอยู่หรือเปล่าครับ หุหุ
คุณ ต้องมนต์...(ชื่อน่ารักดีนะครับ)
บทความนี้ทำให้นึกถึงเพลงเก่าขนาดนั้นเชียว...
ยังไงก็แล้วแต่..ขอให้มีความรักแสนหวาน แต่ไม่ทรมานใจนะครับ
คุณปริเยศ...
หายหน้าหายตาไปนาน..กว่าจะกลับมาได้..
ถ้าเหนื่อยก็เป็นกำลังใจให้นะครับ..
ผมเขียนบทความนี้เพราะมีคนอยากอ่านมุมมองของผม..เขียนตาม Request นะ พูดง่ายๆ... ตอนแรกจะเขียนเป็นเชิงพรรณาซะหน่อย..แต่คิดว่าเขียนแบบนี้ดีกว่า..
ถามผมว่าคิดถึงใครอยู่หรือเปล่า?...
ยังโชคดีที่มีคนให้คิดถึงครับ...คิดถึงมากด้วย หุ หุ หุ ที่สำคัญ หลายคนด้วยนะ หุ หุ หุ (คนจากบ้านมานานก็แบบนี้แหละนะ)
คุณ amore vincit เขียนตอนนี้ได้เข้ากับสถานการณ์ผมมาก
คุณVincit อ่านคำพิพากษาศาลเรื่อง คดีเริงชัยไหม น่ากลัวอิ๊บอ๋าย ถ้าจบกลับมาอยู่แบงก์ชาติระวังด้วยเด้อ
สำหรับคุณป็อก Etat de droit ทำใจครับทำใจ 555
"ขอให้มีความรักแสนหวาน แต่ไม่ทรมานใจนะครับ"
อุ๊ย คุณ amore vincit ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ แต่ ..
พอดีดิฉันชอบโดน "ทรมาน" ด้วยความรักน่ะ
( อ่ะจ๊าก -_-" )
นอกเรืองดีกว่า...
(หมายเหตุ..ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ นะครับ เนื่องด้วย ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมหภาค)
อ่านคดีพิพากษา อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงก่อนเกิดวิกฤตการเงิน แล้วคิดว่า อันนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่สำคัญเลยทีเดียว ที่เป็นการลงโทษ ผู้ที่ดำเนินนโยบายทางการเงิน ในอาชีพของเขา
ถามผมว่า fair enough มั้ย? fair enough ในเรื่องที่ ผู้ว่าการฯทำงานอยู่..แต่เกิดความผิดพลาดในการดำเนินนโยบาย ที่ทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อบ้านเมือง?
ถ้ามองเผินๆ เราอาจจะมองได้ว่า ผู้ว่าการฯ อาจจะ "ไม่เก่ง" พอที่จะดำเนินนโยบายการเงิน จนผ่านช่วงในการโจมตีค่าเงิน และรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน เราอาจจะมองได้ว่า เป็นความผิดพลาดของการทำงาน "ธรรมดา" ทีสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกบริษัท ทุกองค์กร...
แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ..
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีอย่างน้อยที่สุดสองประเด็น ที่สามารถระบุได้ว่า เป็นความผิดพลาดอย่างจงใจ
ประเด็นแรก เชิงวิชาการ
การดำเนินนโยบายการเงินระหว่างประเทศที่ขัดกับแนวคิดคลาสสิค อย่าง Impossible Trinity ที่ดำเนินการอยู่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอย่าง "ยาวนาน" ถือว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ขัดกับ "หลักวิชา" อย่างร้ายแรง..เท่าที่ผมทราบ ภายในแบงค์ชาติ มีการคุยเรื่องนี้ และพยายามเปลี่ยนแปลงการดำเนินนโยบายดังกล่าว หลายครั้ง มีเสียงเตือนจากฝ่ายวิชาการอย่างชัดเจน หลายครั้ง...แต่การดำเนินนโยบายดังกล่าวเป็นระยะเวลานานท่ามกลางเสียงคัดค้าน และความชัดเจนในการทำผิดหลักวิชาพื้นฐาน (ท่านอดีตผู้ว่าการฯอาจเห็นประเทศไทยเป็นห้องทดลองทางการเงินระหว่างประเทศก็ได้มั้ง?) ผมคิดว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึง "เจตนา" ได้อย่างชัดเจน
ประเด็นที่สอง ความยาวนานของความผิดพลาด
ซึ่งประเด็นนี้ เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของหลักวิชาที่กล่าวมาในข้างต้น..ผมไม่อยากกล่าวโทษประเด็นเรื่องการป้องกันค่าเงินเพียงอย่างเดียว..ผมมองประเด็นการปกป้องค่าเงินเป็น trigger (แต่ในฐานะของผู้ที่เป็น "มืออาชีพ" ในระดับนั้น ข้อแก้ตัวเรื่องการ "เล่นแทนประเทศ" ในตลาดเงินตราระหว่างประเทศ ดูจะฟังไม่ขึ้น)..ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหลายๆครั้ง..เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ท่ามกลางความขัดแย้ง และข้อคิดเห็นในการแก้ไข.. สิ่งนี้สะท้อน "เจตนา" ได้อย่างชัดเจนว่า ท่านอดีตผู้ว่าการฯ "จงใจ" ในการดำเนินนโยบายดังกล่าว หรืออาจจะเรียกได้ว่า abuse อำนาจ...
ถ้าถามลงไปให้มากกว่านั้นว่า ท่าน abuse อำนาจเพื่อนอะไร? การเมือง? หรือประโยชน์ส่วนตัว? ผมไม่ทราบเรื่องนี้อย่างละเอียด แต่ผมเชื่อว่า ขนาดผมยังสามารถคิดเรื่องแบบนี้..ผมคิดว่า การตัดสินของศาล คงได้มีการรวบรวมข้อมูล และสืบพยาน (ทั้งเชิงวิชาการและการเมือง และอื่นๆ) อย่างครอบคลุม..การตัดสินดังกล่าว ผมไม่ขัดข้องแต่ประการใด
สงสัยแต่เพียงว่า ....หนึ่งแสนแปดหมื่นล้าน...จะเอาที่ไหนมาใช้...แล้วท่านอดีตผู้ว่าการฯ จะทำอย่างไรต่อไป..
น่าติดตามจริงๆเน๊อะ
อ้อ..อีกเรื่องนึง..
อ่านคำวิจารณ์ของ "คนหน้าเหลี่ยม" ที่บอกว่า "เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาด"...เฮ้ออ....ประกอบเรื่องก่อนๆหน้านี้หลายเรื่อง...ผมยอมรับว่า คนๆนี้ เป็นคนที่สามารถ "หลบประเด็น, Bluff และสร้างกระแส" ได้เก่งจริงๆ..มีความเป็นมืออาชีพในเรื่องนี้มาก
ถ้ามองในแง่ธุรกิจ..คนแบบนี้แหละ ถึงจะประสบความสำเร็จ..ทำย้งไงก็ได้ให้ผลออกมาอย่างที่ต้องการ...
แต่ถ้ามองในแง่การบริหารประเทศ...ผมต้องการคนจริงใจกว่านี้นะ...แบบนี้ผมว่าเสี่ยง และน่ากลัวไปหน่อย
(วันนี้เป็นอะไรเนี่ย บ่นเยอะจัง)
เป็นปรกติรึเปล่าพี่...
เอ่อ...ผมหมายความว่าปรกติก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนิพี่ พี่ก็บ่นเยอะเป้นปรกติอยู่แล้วนิ
เข้าใจมั้ยอะว่าทำไมผมต้องขยายความให้ละเอียด...
อ่ะนะ..bird almighty
กรุณาอัพบล็อกด้วย..ค้างไว้หลายวันแล้ว..
ฮับพี่...แบบว่าตอนนี้ยังไม่มีไอเดียอะ
เพิ่งเห็น blog นี้ค่ะ ขอเชิญให้อ่านบทความที่เขียนที่ blog ตัวเอง (ค่อนข้างใหม่) ประเด็นเดียวกันเลย ;) ที่:
http://www.fringer.org/?p=6
เพิ่งเริ่ม blog ได้ไม่นาน ยินดีที่เห็น blog ของคนไทยค่ะ
"คนชายขอบ"
www.fringer.org
Wow, I really like this one. I have a website that talks mostly about income model residual valuation You should check it out sometime.
"What a very interesting blog about residual income source and wanted to let you know how impressed I was with the information that you have posted here on the Internet. I also have a website I made relevant to your topic about residual income source so I know that your resource is a great asset to everyone on the Net!"
Hi Amore Vincit,
As a result of reading your blog "this post", I think you will discover my site on PSB a great help.
We have over 200 study prep guides and aids to help you sail through your exams without weeks and months of endless studying. Pay us a visit now ... you will be amazed at how much help is available for passing tests!
Best Regards
Emily
paid survey <<< Earn $5 to $75 per survey. >>>
Earn Extra Income Part-Time Anytime Anywhere. How Much Does Your Opinons Worth? Supplement Your Salary. Earn Extra Money Part-time.
Do you have an opinon? Get paid to take Online Paid Survey. Participate in Online Paid Survey and get paid for taking online paid surveys. You can earn between $5 to $75 per survey.
Multilingual : English - Chinese Simplified - Chinese Traditional - Dutch - French - German - Greek - Italian - Japanese - Korean - Portuguese - Russian - Spanish
Earn money part-time for taking online surveys. paid survey
Latest news. Viagra, cialis
viagra
cialis
tramadol
Post a Comment
Links to this post:
Create a Link
<< Home